hotel bangkok resort โรงแรม hotel pattaya phuket hostel apartment กรุงเทพ job condominium apartment chiang mai

วิญญาณที่สูญหาย

posted on 21 Jun 2009 18:58 by spookydoo
วิญญาณที่สูญหาย
"พลอยจันทร์" เล่าประสบการณ์ขนหัวลุกจากวิญญาณที่สาบสูญ

กรอง กาญจน์เป็นเพื่อนรักของดิฉัน เราอยู่ในซอยเดียวกันที่จังหวัดสุโขทัย เธอเป็นผู้หญิงตัวเล็ก ผิวขาว ตาโต ผมยาวตรง น่ารักน่าทะนุถนอม เธอแต่งงานแล้วกับวิทูร รุ่นพี่มหาวิทยาลัยเดียวกับเธอ และมีน้องแป้ง ลูกสาวอายุห้าเดือน สวยเหมือนแม่ไม่มีผิด

ชีวิตของกรองกาญจน์ราบรื่นมีความสุข แต่แล้วทุกอย่างก็จบลงอย่างกะทันหันเมื่อเธอหายตัวไป!

วันเกิดเหตุเป็นหน้าฝนของสองปีก่อนนี้เอง

บ่าย วันนั้นฟ้าเป็นสีเทาดำหนาหนัก บ่งบอกว่าพายุกำลังจะมา ดิฉันเก็บเสื้อผ้าเมื่อเพื่อนรักโทร.มาหา น้ำเสียงของเธอหงุดหงิด อารมณ์ไม่ดี บอกว่ากำลังมีเรื่องกับวิทูร ดิฉันค่อนข้างตกใจเพราะปกติกรองกาญจน์เป็นคนใจเย็น ยิ้มแย้มและหัวอ่อน ขี้เกรงใจคน เรื่องจะทะเลาะกับใครน่ะยากมาก แสดงว่าปัญหาคราวนี้คงจะหนักหนาสาหัส สุ้มเสียงของเธอถึงได้ผิดไปขนาดนั้น

ดิฉัน ถามว่าอยากให้ไปอยู่เป็นเพื่อนไหม? ใจหนึ่งก็นึกว่าเรื่องของสามีภรรยา คนนอกไม่ควรเข้าไปยุ่ง แต่กรองพูดเสียงต่ำๆ ว่า....มาเร็วๆ นะ จะคอย! ดิฉันเลยคิดว่าดีเหมือนกัน บางทีจะได้ไปช่วยไกล่เกลี่ยให้ทั้งคู่เย็นลง อย่างน้อยก็ช่วยดูแลน้องแป้ง ขณะที่พ่อแม่กำลังเครียด

เมื่อคิดได้อย่างนั้นก็รีบเก็บผ้ามาสุมๆ ไว้ก่อน ยังไม่พับละ เสร็จแล้วก็คว้าร่ม...เดินไปบ้านเพื่อนที่กลางซอย

ครั้น เปิดประตูเข้ามาก็พบคุณแม่กับคุณยายของกรองกาญจน์ แต่ดูท่านไม่ได้กลุ้มอกกลุ้มใจอะไรนัก แถมยังบอกว่า แม่ลูกอ่อนก็อย่างนี้ละ ขี้หงุดหงิด ใจน้อย! ดิฉันยังนึกว่า อ๋อ...กรอง เธอเป็นโรค "เบบี้ บลู" คือผู้หญิงแม่ลูกอ่อน ฮอร์โมนยังแปรปรวน บางคนอาการหนักถึงกับหดหู่ ซึมเศร้า

แต่เอ...ตอนน้องแป้งเกิดใหม่ๆ ก็ดูกรองมีความสุขน่าอิจฉาแน่ะ!

อึด ใจเดียว วิทูรก็อุ้มน้องแป้งเดินลงบันไดมา ดิฉันไม่เห็นกรอง พอเอ่ยปากจะถาม วิทูรกับแม่ก็บอกว่า กรองเพิ่งขับรถออกจากบ้านไปเมื่อครู่ก่อน เธอคงจะเลี้ยวออกทางด้านท้ายซอย ดิฉันก็เลยไม่ได้เดินสวนกับรถของเธอ

จากบ่ายที่พายุกระหน่ำหนักจนซา ลง กลายเป็นฝนปรอยๆ ถึงเย็นแล้วก็ค่ำจวนจนล่วงเข้ายามดึก ดิฉันโทร.ติดต่อกลับบ้านกรองกาญจน์ตลอดเวลาว่าเธอกลับหรือยัง แต่ก็ไม่มีวี่แวว โทร.หามือถือก็ไม่มีคนรับสาย หนักๆ เข้าก็มีแต่เสียงบอกว่า...หมายเลขนี้ยังไม่สามารถติดต่อได้

เราทุกคนเริ่มกังวลแล้วซีคะ...พี่วิทูรกับคุณแม่และคุณยายของกรองกินไม่ได้นอนไม่หลับ บ้านดิฉันก็พลอยกระวนกระวายใจไปด้วย

กรอง ไปอยู่ที่ไหน? หรือว่าน้อยใจจนขับรถไปนอนค้างอ้างแรมที่อื่น? แต่มันไม่น่าเป็นไปได้เลย เพาะกรองรักลูกมาก น้องแป้งเองก็ยังกินนมแม่สลับกับนมขวด กรองไม่มีวันทิ้งลูกไว้อย่างนี้แน่ๆ

ดิฉัน ประหวั่นใจ สังหรณ์ว่าต้องมีเรื่องร้าย แต่ก็ห้ามตัวเองไว้ว่าอย่าคิดไปในทางไม่ดีเลย กรองอาจจะไปนอนที่อื่นสักคืน เดี่ยวพรุ่งนี้เช้าก็กลับเองแหละ เรื่องทะเลาะกับพี่วิทูรไม่ได้ร้ายแรงอะไรสักหน่อย แค่เขาถามว่าถุงเท้าหายไปไหนข้างหนึ่งเท่านั้น เธอหาให้ แต่หาเท่าไหร่ก็ไม่พบ พอสามีบ่นอารมณ์เธอก็ระเบิด

คุณยายเล่าว่าพี่วิทูรไม่ได้ว่าอะไรมากมายเลย!

ตลอดคืนดิฉันหลับๆ ตื่นๆ จนกระทั่งตีสี่ตื่นมาเข้าห้องน้ำ แล้วเดินไปนอนต่อ ไม่รู้จะหลับหรือเปล่าเพราะตาสว่างแล้ว

ทันใดนั้น มีเสียงเรียกชื่อดิฉันจากนอกรั้ว...เสียงกรองกาญจน์!

"พลอย.. ." เรียกคำเดียว เสียงดังฟังชัด ดิฉันรีบเปิดม่าน เปิดหน้าต่างผางออกไป...กรองกลับมาแล้ว! ดีใจจัง

ทว่า... ภายนอกมีแต่ความมืดและเงียบสงัด ฟ้าแดงฉานแสดงว่าฝนใกล้จะตกอีกแล้ว อากาศนิ่งสนิทหนักอึ้ง ดิฉันปิดหน้าต่างแล้วรีบเดินลงไปข้างล่าง เปิดประตูไปที่รั้วบ้าน...ขนลุกซ่าขึ้นมาเฉยๆ มองไปรอบๆ มีแต่ความอ้างว้าง...เราคงหูแว่วไปเอง?

เจ็ดโมงเช้า ดิฉันรีบไปบ้านกรองกาญจน์ ไม่สนใจว่าเช้านั้นฝนจะตกลงมาหนาเม็ดจนน้ำท่วมถึงข้อเท้า!

พี่ วิทูรไม่ได้นอนทั้งคืน เช่นเดียวกับคุณแม่และคุณยาย สีหน้าดูเศร้าและเครียด ทุกคนไม่เคยเป็นอย่างนี้มาก่อน มันมีแววของความสิ้นหวังด้วยซ้ำ แม่เล่าว่า

"เมื่อคืนตอนตีสาม แม่ได้ยินเสียงน้องแป้งร้องไห้ไม่หยุด ก็เลยลุกจะไปช่วยวิทูรเขาดูลูก แม่ไม่ได้เปิดไฟตรงทางเดิน เพราะไฟจากห้องแม่สองออกไปสว่างพอมองเห็น แล้วแม่ก็เห็นกรองเขาเดินออกมาจากห้องก็เรียก แต่เขาไม่หัน...ตอนนั้นแป้งหยุดร้องแล้ว แม่กำลังจะเดินตามกรอง พอดีวิทูรโผล่ออกมาบอกว่า เขาเห็นคล้ายกรองเข้าไปยืนดูเขากับลูกที่หน้าประตู..."

เล่าแค่นี้ก็พอที่จะทำให้ทุกคนใจหายวาบ...ดิฉันบอกว่าตอนตีสี่ได้ยินเสียงกรองมาเรียกที่หน้าบ้านด้วย!

กรอง ไม่ได้กลับมาหาพวกเราอีกเลย เธอหายไปทั้งคนทั้งรถ ไม่มีใครรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น? ตำรวจบอกว่าเป็นไปได้ที่กรองจะขับรถตกเหว หรือตกลงไปในน้ำที่ไหนสักแห่ง แต่ไม่มีร่องรอย...ไม่มีอะไรเหลือแม้แต่รอยยางรถยนต์ ราวกับเธอหายไปอยู่ในแดนสนธยา

สองปีแล้ว พวกเรายังคอยเธออยู่ แม้จะแน่ใจว่าเธอเสียชีวิตแล้ว แต่เราก็คอยให้เธอกลับมา...แม้จะเป็นแค่วิญญาณก็ยังดีค่ะ?


ข้อมูลจาก http://www.palungjit.com/board/showthread.php?t=73807
คอลัมน์ ขนหัวลุก  ใบหนาด

edit @ 21 Apr 2012 18:36:06 by spookydoo

Recommend